Weekly-Work

2010/Mar/08

แปะๆ

>_<

เข้าหน้าร้อนแล้ว รอท่านเทพหมีประทานพร จะได้วาดสาวๆ ในชุดว่ายน้ำได้

/me โดนเทพหมีถีบ "จะวาดก็ไม่มีใครว่าสักหน่อย"

พักนี้เอาแต่ปั่นฟิก วาดน้อยลงมากเลย

งวดนี้อากาศร้อนเลยส่ง

ลิลิธ(LILITH) ในชุดว่ายน้ำมาบ้าง เพราะ 

คาเรน มีไปแล้ว

http://joyka.exteen.com/20090225/bfii-bikini-fever-season-2

และ อนาคิมก็ มีไปแล้ว

http://joyka.exteen.com/20090307/bfii-bikini-fever-season-2-flora-fahrenheit

งวดหน้าถ้าเป็นนัตสึมิจัง....

เอาชุดว่ายน้ำโรงเรียนดีมะนั่น -_-;

(ว่าไปเหลือ มินตรา นี่หว่า ถ้าเทพหมีประทานพร เข็นสาวไทยเข้าสู้ก็ได้)

----------------------------------------------------------------------------

Back to Chapter 1

Back to Chapter 2

Back to Chapter 3

Back to Chapter 4

Back to Chapter 5

Back to Chapter 6 

Back to Chapter 7+8

Back to Chapter 9

------------------------------------------------------------------

Chapter 10

เมื่อเซคิน่าเห็นว่าอาการของอนาคิมไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง แม้ว่าในใจจะยังคาใจเกี่ยวกับหอกของอนาคิมอยู่ เธอก็ไม่รู้จะพิสูจน์อะไรได้ยังไง ในเมื่อดูท่าทางของอนาคิมแล้วก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรอะไรเลย  เธอจึงเลือกที่จะลากลับที่พัก แล้วปล่อยให้เรโนอาดูแลอนาคิมต่อไป

“อ่ะ...อ้าม”

“อ้าม”

เสียงของเรโนอาสั่งให้อนาคิมอ้าปากกินซุปที่เธอทำ ซึ่งอนาคิมเองก็อ้าปากแล้วทานมันไปตามที่เรโนอาสั่ง

‘ดูเป็นเด็ก ๆ พิกลแฮะ’

อนาคิมคิดในใจ เพราะจริง ๆ เธอก็มีแรงพอจะตักซุปทานเองได้ แต่เหมือนเรโนอาจะสนุกกับการป้อนเธอซะมากกว่า จึงทำให้อนาคิมได้แต่ทำตามไป ด้วยไม่อยากขัดใจเรโนอา

“งื่อ~~~” อนาคิมร้องพลางส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เธอทานซุปไปได้ครึ่งชาม

“อะไรกัน เจ้าอิ่มแล้วรึอนาคิม” เรโนอากล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ เพราะซุปมันไม่ใช่ของหนักอะไร แค่ครึ่งชามก็อิ่มแล้วมันดูจะแปลก ๆ ไปสักหน่อย

“อืม...ก็ปกติข้าก็ไม่ใช่คนที่กินอะไรมากมายสักหน่อยนี่นา อีกอย่างข้าว่าข้าอยากพักซะมากกว่า” อนาคิมกล่าวด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนเด็กงอแงจะไปนอน จนเรโนอาคิดในใจ

‘ยังเป็นเด็ก ๆ ไม่เปลี่ยนเลย’

“พรุ่งนี้ข้าต้องไปรายงานตัวต่อท่านเจ้ากรมการทหารด้วยนะ นอนเอาแรงไว้ก่อนคงจะดี” อนาคิมกล่าวพลางไถลตัวจากที่พิงหัวเตียง เลื่อนตัวไปในผ้าห่มจนหัวถึงหมอนอย่างช้า ๆ

เรโนอาที่ฟังคำตอบของอนาคิมก็พยักหน้ารับพลางเอาชามไปวางไว้ที่โต๊ะข้าง ๆ เตียงของอนาคิม แต่อยู่ ๆ เธอก็ทำท่าทางเหมือนนึกเรื่องบางสิ่งได้ จึงหันไปหาอนาคิมที่กำลังจะนอนทันที

“จริงด้วย ท่านแม่ทัพฝากบอกเจ้าก่อนที่จะกลับไปน่ะ”

สิ่งที่เรโนอากล่าวทำให้อนาคิมรีบหันมามองด้วยความสนใจทันที

“เห็นท่านว่าบางทีเจ้าอาจจะต้องไปรายงานตัวต่อองค์ราชาและองค์ราชินีไม่ใช่กับท่านเจ้ากรมน่ะ”

“หา...ข้าเนี่ยนะ” อนาคิมค่อนข้างตกตะลึงกับสิ่งที่เรโนอาบอกอย่างยิ่ง มันทำให้เธอเป็นกังวลทันทีเพราะเธอไม่เคยเข้าเฝ้าผู้สูงศักดิ์เช่นนี้มาก่อน จึงเกรงว่าอาจจะไปทำอะไรไม่เหมาะไม่ควรเข้าได้

เรโนอาที่เห็นปฏิกิริยาของอนาคิมก็รับรู้ได้ทันทีว่านางกำลังสับสนจนทำอะไรไม่ถูก แต่เธอก็ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหาอันใด เธอจึงให้กำลังใจอนาคิมไป
“ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอกนา เจ้าก็วางตัวเจ้าเป็นธรรมชาติแบบที่เจ้าเป็นนี่ล่ะ”

อนาคิมที่ฟังคำของเรโนอาดูจะมีความมั่นใจมากขึ้น จนยิ้มออกมานิดหน่อย

“แต่ก็อย่าไปทำเปิ่น ๆ เป๋อ ๆ ก็แล้วกันไม่งั้นสิ่งที่เจ้าทำในวันนี้คงสูญเปล่าแน่ ๆ”

“งื่อ~~” อนาคิมครางให้กับคำขู่ของเรโนอา ที่เหมือนเอามาแกล้งเธอ เพราะเรโนอาพูดไปพลางยิ้มไปพลางราวกับว่าเป็นเรื่องตลกเช่นนั้นล่ะ

“อืม แล้วก็เห็นท่านชไนเดอร์จะเอาชุดใหม่มาให้เจ้าใส่พรุ่งนี้เผื่อว่าต้องเข้าวังด้วยนะ” เรโนอากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ก่อนที่จะถอนหายใจ แล้วกล่าวต่อไป

“เฮ้อ~ ข้าล่ะอยากให้มีคนมาตัดชุดให้ข้าใส่แยะ ๆ เช่นเจ้าบ้างจริงเชียว”

“ง...งื่อ~~ ชุดแบบที่ท่านชไนเดอร์เอามาให้ข้ามันยังกับชุดออกงานซะมากกว่าชุดใส่ปกติ หรือชุดทำงาน ข้าว่าข้าไม่ชอบเท่าไหร่เลย” อนาคิมกล่าวด้วยสีหน้าแดงเรื่อ แม้ปากเธอจะบอกว่าไม่ค่อยชอบ แต่ลึก ๆ เธอก็รู้สึกดีใจไม่น้อยทีเดียว

เรโนอามองอนาคิมพลางเลิกคิ้วให้กับความคิดของเพื่อนสาวของเธอ ก่อนที่จะแหย่ออกไป
“งั้นเจ้าก็ออกงานกับท่านแม่ทัพบ่อย ๆ สิจะได้ใช้มันบ่อยขึ้น”

อนาคิมอึ้งให้กับคำกล่าวของเรโนอา เธอนึกถึงภาพตัวเองในชุดราตรี หรือชุดออกงานสวย ๆ เดินไปท่ามกลางเหล่าสตรีสูงศักดิ์มากมาย เคียงข้างชไนเดอร์ มันช่างเป็นภาพที่ดูเหมือนสวยงาม หากแต่นั้นไม่ใช่แบบที่เธอชอบสักเท่าใด
อนาคิมส่ายหัวไปมาเพื่อสลัดความคิดแบบนั้นไป พร้อมกับกล่าวออกมา

“สาวชาวบ้านเช่นข้าไม่เหมาะกับงานอะไรเช่นนั้นหรอกนา นึกแล้วน่าขนลุกจะตาย”

เรโนอาที่ได้ฟังคำตอบจากอนาคิมได้แต่ส่ายหัวพลางยิ้มแหย ๆ เธอไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรดี จะว่าอนาคิมเป็นพวกสมถะ รักสันโดษคงไม่ใช่ นี่เธอหวังจะควงท่านแม่ทัพแต่ตอนอยู่ในสนามรบหรือยังไงกัน 
‘แต่ก็เอาเถอะ แบบนี้ก็ดี อนาคิมจะได้ไม่โดนพวกสาว ๆ ในวังหมั่นไส้จนกลายเป็นว่าสร้างศัตรูไป เพราะดูท่าทางท่านแม่ทัพเองก็เป็นที่หมายตาของบุตรสาวของเหล่าขุนนางในวังพอควรทีเดียว’

อนาคิมค่อย ๆ หาวออกมา ตาของนางเริ่มปรือ ๆ จนเรโนอาที่สังเกตเห็น เธอจึงดึงผ้าห่มมาคลุมตัวอนาคิมไว้ ก่อนที่จะลุกขึ้นไปหยิบชามซุปแล้วกล่าวกับอนาคิม
“งั้นก็นอนได้แล้วแม่สาวน้อย พรุ่งนี้ต้องไปพบผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวนี่นะ ฮะฮะฮะ” เรโนอาแหย่พลางหัวเราะ ในขณะที่อนาคิมได้แต่มองค้อนด้วยหน้าตาที่แดงเรื่อเพราะความเขินอาย

“ราตรีสวัสดิ์เรโนอา” อนาคิมพูดด้วยน้ำเสียงที่ค้อนใส่เรโนอา
“อืม...ราตรีสวัสดิ์นะอนาคิม” เรโนอากล่าวตอบกลับพลางดับตะเกียงแล้วเดินออกจากห้องไป

อนาคิมนอนนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่ง ยังไงซะเธอก็ยังคงเป็นกังวลอยู่ดี ไม่ใช่แค่ตัวเธอเอง แต่เธอก็กลัวจะต้องทำให้ชไนเดอร์ต้องอับอายไปด้วย เธอพยายามข่มตาหลับ เพราะคิดไป ณ เวลานี้คงทำอะไรไม่ได้

‘ไว้พรุ่งนี้ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน’

เธอคิดก่อนจะนอนหลับไป

----------------------------------------------------------------------------------

กลางดึกคืนนั้น

‘ในที่สุดวันที่แสนวุ่นวายอีกหนึ่งวันก็จบลงด้วยดี’

ชไนเดอร์คิดไปพลาง เอนกายพิงกับพนักเก้าอี้ในห้องนอนของตนเอง สำหรับเรื่องการทดสอบและสร้างความน่าเชื่อถือของอนาคิมนั้นจบลงได้ด้วยดี เรื่องของการรายงานตัวก็คงไม่มีอะไรยุ่งยาก การจัดให้อนาคิมไปทำงานตรงจุดใหนก็ไม่น่ามีปัญหา เรียกได้ว่าปัญหาของอนาคิมสางไปได้เกือบหมดแล้ว คงเหลือแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกคีราเนียกำลังตามหาอยู่ ซึ่งมันอาจจะเกี่ยวข้องกับอนาคิม และปริศนาต่าง ๆ ที่เธอมีอยู่ หากแต่เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าสิ่งที่พวกคีราเนียตามหานั่นคือที่แห่งใดกันแน่ อนาคิมจะเกี่ยวข้องด้วยรึไม่ เพราะไม่มีหลักฐานหรือบันทึกใดหลงเหลือให้เขาตามรอยได้เลยสักนิด

ราวกับว่าเรื่องที่เขากำลังตามหานั้น ‘ไม่เคยมีอยู่จริง’ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็มองได้ 2 แง่คิด อย่างแรกคีราเนียอาจจะยุติการรุกรานด้วยเพราะไม่มีสิ่งใดที่ต้องการ หรืออย่างที่สองคีราเนียอาจะหาเรื่องอื่นเพื่อรุกราน ชไนเดอร์ได้แต่เพียงหวังว่าทางคีราเนียจะมีแนวคิดแบบแรก โลกที่มันสงบสุขมันย่อมดีกว่ารบราฆ่าฟันกันอยู่แล้ว

ขณะที่ชไนเดอร์นั่งคิดเรื่องของคีราเนียอยู่นั้น ความคิดของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับเรื่องของเรฟาอิม

‘เซคิน่าเคยบอกว่า เรฟาอิม ทำงานรับใช้ชูไนมานนี่นา แถมยังบอกอีกว่านางเป็นผู้ที่ได้สิทธิ์ให้ดูแลสิ่งที่คาดว่าพวกคีราเนียค้นหาอยู่’

ชไนเดอร์แสดงสีหน้าครุ่นคิด ต่อสิ่งที่เซคิน่าเคยกล่าวไว้ ราวกับว่ากำลังจะมีความหวังในการตามหาร่องรอยแล้ว

‘เช่นนั้น ถ้าตามข้อมูลของกษัตริย์ชูไนมานว่า พระองค์เคยทำและจะทำสิ่งใดล่ะ....’

ชไนเดอร์ที่คิดได้เช่นนั้นก็หัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาค่อนข้างขบขันตัวเองพอสมควร ที่อยู่ ๆ ต้องมานั่งครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ ราวกับว่าเป็นกุนซือวางแผนการรบอย่างนั้นล่ะ เขาถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า พลางคิดในใจ

“ว่าแต่ตัวข้าเอง จะบอกเรื่องพวกนี้กับอนาคิมยังไงดีล่ะเนี่ย”

มันเป็นเรื่องที่น่าเป็นกังวลพอสมควร กับการที่อยู่ ๆ จะไปบอกว่า ‘อนาคิมนั้นเป็นกุญแจสำคัญ ที่นำไปสู่การปกป้องดินแดนนี้ จากอริราชศัตรู’ ชไนเดอร์เกาหัวตัวเองเบา ๆ แล้วลุกจากที่นั่งเพื่อไปดับตะเกียงเตรียมเข้านอน หากแต่ก่อนหน้านั้นเขามองที่ชุดที่จัดหามาให้อนาคิม มันเป็นชุดเครื่องแบบทหารสีฟ้าอ่อน ๆ กระโปรงสั้น เพราะเขาคิดว่าน่าจะเหมาะกับนางที่ดูจะเป็นพวกโลดโผนซะมากกว่าสตรีที่เรียบร้อย ชไนเดอร์หัวเราะออกมาเบา ๆ ต่อสิ่งที่เขาทำ

“ให้ตายสิ รู้สึกว่าข้านี่จะทำอะไรจับฉ่ายเสียจริง ๆ เลย”

เขากล่าวกับตัวเองพร้อมกับส่ายหัวให้กับสิ่งที่ตนเองทำ แล้วจึงดับตะเกียงเข้านอนไป
------------------------------------------------------------------------------

อนาคิมยืนสงบนิ่งอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง ที่นั้นเป็นสถานที่ซึ่งรายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีดูสดชื่นอย่างมาก
ท่ามกลางแมกไม้นานาพรรณ มีเด็กหญิงคนหนึ่งเดินตรงมาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้ม

เด็กคนนั้นมีผมสีเงินยาวสลวย นัยน์ตาสีแดงสด ผิวขาว เธอแต่งกายด้วยชุดพีชยาวสีแดงเลือดหมู สวมสร้อยคอและกำไลสีทอง เธอจ้องมองอนาคิมด้วยความสนใจ ภาพที่เห็นนั้นทำให้อนาคิมต้องถามออกไป

“เธอเป็นใครกันน่ะ”

เด็กหญิงไม่ตอบสิ่งที่อนาคิมเอ่ยถาม เธอเดินมาหาช้า ๆ แล้วเดินวนรอบตัวอนาคิม พลางมองด้วยความสนใจเหมือนว่าอนาคิมเป็นของแปลก

“สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบมาก ๆ ทีเดียว” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หากแต่สิ่งที่เธอพูดมันดูเกินตัวไปนิดกับการที่เด็กท่าทางอายุไม่น่าเกิน 9 ขวบจะกล่าวคำว่า ‘สมบูรณ์แบบ’

“หนูเป็นใครกันแน่น่ะ” อนาคิมถามพร้อมกับมองตามเด็กหญิงที่วิ่งวนรอบตัวเธอ จนกระทั่งเด็กหญิงเดินมาหยุดที่เบื้องหน้าเธอพร้อมกล่าวอย่างเรียบ ๆ

“นี่อย่ามาเรียกข้าว่า ‘หนู’ นะ ข้าน่ะ อายุมากกว่าเจ้าซะอีก” เธอกล่าวแล้วก็แลบลิ้นใส่อนาคิม

อนาคิมที่เห็นเช่นนั้นได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ เพราะดูยังไงเธอผู้นี้ก็อายุไม่น่าเกิน 9 ขวบเลย อย่างมากก็คงจะ 10 ขวบ
นั่นล่ะ แต่ในเมื่อเธอบอกเช่นนั้น อนาคิมจึงเดินไปหาเธอ พร้อมกับนั่งยอง ๆ แล้วเปลี่ยนไปถามด้วยคำพูดอย่างอื่นแทน
“งั้น เธอชื่ออะไรล่ะ”

เด็กหญิงแสดงสีหน้าประหลาดใจ เธอนิ่งคิดไปอยู่นานก่อนที่จะยิ้มแล้วตอบอนาคิม
“ไม่บอกหรอก เจ้าน่ะนะ ต้องหาคำตอบด้วยตัวของตัวเอง”

อนาคิมได้แต่ทำหน้างุนงง ก็แค่ถามชื่อเอง มันดูไม่มีเหตุผลเลยที่เด็กหญิงจะไม่บอกชื่อให้เธอได้รู้
“ทำไมล่ะ ก็แค่ชื่อเอง”

“ไม่ได้หรอก ขืนข้าบอกเจ้าง่าย ๆ มันก็ไม่สนุกน่ะสิ”
เด็กหญิงลอยหน้าลอยตากล่าวตอบสิ่งที่อนาคิมถามทันที ซึ่งมันเป็นคำตอบที่ไม่ได้ช่วยคลายความสงสัยของ
อนาคิมแต่อย่างใด  หลังสิ้นคำตอบเด็กหญิงเดินเข้ามาหาอนาคิมที่ยังนั่งยอง ๆ อยู่แล้วดึงแก้มของอนาคิม พร้อมกับกล่าวออกมา
“ให้ตายสิ เจ้านี่ดูแล้วน่ารักกว่ามารดาของเจ้าอีกนะ”

‘แม่...ของข้า?’ อนาคิมงุนงงอย่างมาก เด็กหญิงผู้นี้รู้จักกับแม่ของเธอด้วยงั้นรึ

เด็กหญิงกล่าวจบ ก็ปล่อยมือจากแก้มของของอนาคิม ก่อนที่จะตบเข้าไปที่แก้มของอนาคิมทั้งสองข้างพร้อมกัน
“เอ้า!! ตื่นได้แล้ว”

อนาคิมลุกพรวดจากเตียงด้วยความตกใจในทันที รอบกายของเธอยังคงมืดอยู่แต่ก็เริ่มมีแสงสว่างบ้าง ด้วยเวลานี้เป็นเวลาฟ้าสางแล้ว อนาคิมพยายามสงบใจของเธอที่ตกใจไปกับความฝัน
‘พักนี้ ฝันประหลาดบ่อยจัง สงสัยจะวิตกกังวลมากไปแฮะ’

อนาคิมคิดอยู่ในใจ แล้วค่อย ๆ ลุกมายืนที่ข้างเตียงพลางยืดแข้งยืดขา บิดกายไปมาสักครู่ เธอรู้สึกว่าร่างกายหายจากอาการเจ็บปวดแล้วและกลับมามีกำลังวังชาอีกครั้งหนึ่ง อนาคิมที่รู้สึกว่าหายดีแล้วก็ตรงไปหยิบหอกของเธอจากในตู้ เธอเดินออกจากห้องไปพร้อมกับหอกทั้ง ๆ ที่ยังคงใส่ชุดนอนบาง ๆ กระโปรงสั้นอยู่เหมือนเดิม นอกห้องยังคงมืดอยู่เพราะเรโนอายังไม่ตื่นนอน อนาคิมนั้นไม่ต้องการปลุกเรโนอาจึงค่อย ๆ เดินออกไปเงียบ ๆ

ที่ลานหน้าบ้านพักของเธอ อนาคิมเริ่มฝึกเพลงหอกทันที ทันกวัดแกว่งหอกไปพลางคิดถึงความฝันไป จนบัดนี้เธอก็ยังคงนึกไม่ออก ว่าเด็กหญิงผู้นั้นเป็นใครกันแน่ เพราะเธอไม่เคยเห็นเด็กที่ใหนมีผมสีเงินยาวสวยแบบนั้นมาก่อนเลย ในหมู่บ้านเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ก็ไว้ผมสั้นทั้งนั้น จะว่าเธอเครียดจัดจนสร้างภาพในความฝันขึ้นมาเอง เธอก็คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะก่อนหน้านี้ดูจะมีเรื่องเครียดกว่ามากมาย ก็ไม่เห็นฝันอะไรเช่นนี้เลย พาลจะหลับสนิทไม่ฝันเห็นอะไรทั้งนั้นเลยมากกว่า

อนาคิมฝึกซ้อมหอกอยู่นานจากช่วงเวลาฟ้าสางที่มีเพียงแสงสลัว ๆ ตอนนี้แสงแดดเริ่มมากขึ้นจนสว่างเห็นภาพต่าง ๆ ชัดเจนแล้ว เรโนอาเดินออกมาจากที่พักด้วยเพราะเธอเดินไปยังห้องของอนาคิมแล้วไม่พบนางอยู่ในห้อง เธอจึงคาดว่านางน่าจะไปออกกำลังเป็นแน่ และตามคาดอนาคิมนั้นร่ายรำเพลงหอกของนางที่หน้าบ้านนั่นเอง

“หายดีแล้วรึอนาคิม” เรโนอาเดินเข้าทักอนาคิมที่กำลังกวัดแกว่งหอกอยู่ห่าง ๆ อนาคิมที่เห็นเรโนอาก็หยุดการซ้อมลงแล้วหันมายืดแข้งยืดขาให้เรโนอาดู พร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อืม สบายดีแล้วล่ะ กำลังกลับมาเหมือนเดิม และก็หายปวดเมื่อยแล้วด้วยล่ะ” อนาคิมกล่าวพลางบิดตัวไปมา หากแต่เรโนอาไม่ได้แสดงสีหน้าแปลกใจหรือดีใจใด ๆ เธอกล่าวเพียงเรียบ ๆ ว่า

“เจ้านี่นะ เป็นตัวประหลาดจริง ๆ เชียว”

“งื่อ~~~” อนาคิมครางพลางมองค้อนเรโนอาทันที เธอไม่ได้โกรธเรโนอาที่กล่าวเช่นนั้น ด้วยเพราะเธอรู้ดีว่าความสามารถของเธอที่มีนั้น มันเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดเกินกว่ามนุษย์ปก