งวดนี้งดรูป มันย้าวยาว *3*)~
ต่อจากเมื่อคราวที่แล้ว เราว่าอะไรกันบ้างนะ
ก็มีประเภทห้องสมุด กับ ของที่มีให้บริการ
คราวนี้ก็มาว่ากันด้วยว่า บรรณารักษ์ทำอะไรกันจริงๆละ
เริ่มจากสายงานของบรรณารักษ์ก่อน
จริงๆงานในห้องสมุดแบ่งเป็น 3 สายงาน
1. สายบริการ
2. สายเทคนิค
3. สายบริหาร
ซึ่งทั้ง 3 สายมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน ณ ที่นี้จึงขอพูดเพียง 2 สาย
คือ สายบริการ และสายเทคนิค เพราะเป็นสายที่เกี่ยวพันกับผู้ใช้
และเป็นหน้าเป็นตาห้องสมุด
ส่วนสายบริหารมันก็คืองานบริหารนั้นล่ะ จะเอาอะไรมาก :P
บรรณารักษ์งานบริการ
เป็นบรรรารักษ์ที่ทำหน้าที่เน้นงานบริการผู้ใช้ ซึ่งก็มีหลากหลายงานตามแต่ว่า
ห้องสมุดนั้น มีนโยบายให้บริการใครบ้าง หรือวางให้หน่วยงานมีบริการอะไรบ้าง
ซึ่งขออธิบายแยกดังนี้ (เฉพะที่ห้องสมุดทั่วๆไปมี)
1. บรรณารักษ์ฝ่ายยืม-คืน
ก็เหล่าบรรณารักษ์ที่นั่งอยู่ที่เค้าน์เตอร์ยืม-คืน และรวมถึงบรรณารักษ์ให้บริการยืมใช้
ทรัพยากรสารสนเทศในแผนกต่างๆด้วย ซึ่งเราจะเห็นพวกเขาเหล่านี้ยืน/นั่งอยู่ที่
หน้าเค้าน์เตอร์ตลอด ซึ่งคนทั่วไปก็มักจะคิดว่า ทำหน้าที่ยืม-คืน
ประทับตรา วดป.ที่ต้องคืน แล้วโยนมันไว้ข้างหลัง
จริงๆก็ไม่ผิดนักหรอก เพียงแต่พวกเขายังมีหน้าที่ดูแลในเรื่องการปรับ
การเช็คยอดการยืม ค้างส่ง ข้อมูลมีปัญหาในระหว่างการยืม-คืน และอาจจะรวมไปถึง
การจัดทำรวบรวมรายชื่อสมาชิกลงฐานข้อมูลอีกด้วย(ในบางที่น่ะนะ)
กล่าวคือ มันก็มีงานให้ทำได้ทั้งวันล่ะค่ะ แต่มันเป็นแบบเรื่อยๆ
งานยืม-คืนจะหนักมากคือช่วง เช้า กลางวัน และเย็น เพราะเป็นช่วงที่เด็กๆ
นักศึกษา และผู้ใช้มะรุมมะตุ้ม ซึ่งปัญหาหนักที่บรรณารักษ์เจอบ่อยๆคือ
ผู้ใช้ที่ยืมไปแล้วมาคืนช้า ไม่ค่อยยอมเสียเงินค่าปรับ....
มีทุกที่ทุกหน่วยงานค่ะ บางคนขอต่อรองราคา แต่พวกนี้พอว่า
พวกที่มาถึงอวดเบ่งว่าข้าใหญ่ แล้วไม่ยอมเสียเงินนี่สิน่าหงุดหงิด
ถ้าบรรณารักษ์ไม่ใจเย็นพออาจจะมีตบตีกันแน่ๆ ฉะนั้นบางครั้งจึงเจอบรรณารักหน้าบูดๆ
.............
2. บรรณารักษ์ตอบคำถาม
*3*)~ หน้าตาของห้องสมุดก็ว่าได้ แต่ในไทยไม่ได้มีทุกห้องสมุด
โดยหน้าที่คือคอยให้คำแนะนำและตอบคำถาม-ปัญหาที่เกิดจากการใช้
เป็นงานที่บรรณารักษ์ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีมากๆ เพราะเป็นงานที่ประจันหน้าผู้ใช้
และเป็นงานที่เจอผู้ใช้ หลากหลายมีทั้งคนปกติ คนอัจฉริยะ คนไม่ค่อยฉลาด
คนไม่เข้าใจตัวเอง และคนบ้า ซึ่งแต่ละพวกก็มีหลากหลายแนว ถามดีบ้าง ไม่ดีบ้าง
บรรณารักษ์ก็ให้บริการกันไป
การให้บริการ ณ ตรงนี้คือการให้คำตอบในสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ
ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องที่ผู้ใช้หาอะไรซักอย่างไม่เจอ
แต่.....
(ขอบ่น) คนไทยส่วนใหญ่อวดเก่งนะคะ
ประมาณว่าหาไม่เจอ แล้วไปพูดข้างนอกว่า "ไม่มี"
......ก็ไม่มาถามบรรณารักษ์ ให้บรรณารักษ์ช่วยหาให้ล่ะ
ถามว่าผู้ใช้เข้าใจเรื่อง Subject heading รึไม่....
ส่วนใหญ่จะไม่ จะรู้จักแต่ Keyword ซึ่งไอ้ฐานข้อมูลห้องสมุดทั้งโลก.......
มันเน้น Subject ไม่ใช่ Keyword
(จบการบ่น)
บรรณารักษ์ตอบคำถามก็จะช่วยหาคำตอบให้ โดยถ้าเป็นเรื่องง่ายๆ (ที่ผู้ใช้ไม่เข้าใจ)
บรรณารักษ์จะแนะนำวิธีการหาให้ เพราะ เรื่องง่ายๆก็ต้องฝึกให้ผู้ใช้หาเองเป็น
จะได้หาเองได้ในอนาคตไม่ต้องคอยพึ่งบรรณารักษ์ตลอดเวลา
แต่ถ้าในกรณีที่เป็นเรื่องยากๆ ด้วยเซเว่นเซนส์ของบรรณารักษ์(เรอะ)
จะรู้โดยอัตโนมัติว่า "ต้องหาให้" เพราะสอนไป ผู้ใช้อาจจะมีอาหารวิงเวียน
คลื่นเหียนอาเจียนได้
คราวนี้เมื่อค้นให้แล้ว
ถ้ามีก็ระบุตำแหน่งที่อยู่ให้ไป แต่หากไม่มีบรรณารักษ์ก็จะหาจากที่อื่น(นอกห้องสมุด)
แล้วแนะนำให้ไปแทน
บรรณารักษ์ตอบคำถามนี้ เนื่องจากในไทยคนไทยขี้อ้ายขี้อาย
นานๆ จะมาถามกันที บรรณารักษ์เลยมักจะหยิบเอาวารสาร
หรือหนังสือพิมพ์มาคัดเลือกบทความ เพื่อไปจัดทำกฤตภาค ไม่ก็ทำเป็นฐานข้อมูล
ผู้ใช้จึงเจอบรรณารักษ์ฝ่ายนี้นั่งอ่านวารสารหรือ หนังสือพิมพ์เวลาที่ไม่มีคนมาใช้บริการ
บ่อยๆ ทำให้ผู้ใช้มักเข้าใจผิดไปว่า "บรรณารักษ์ว่าง"
จริงๆคือไม่นะคะ
ปัจจุบัน บรรณารักษ์ตอบคำถามนี้ไม่ใช่ตอบคำถามเฉพาะที่เจอหน้ากันเท่านั้น
MSN E-mail และ webboard ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้กันมากขึ้นแล้ว
อนึ่ง นู๋ไม่ได้ทำงานตอบคำถาม เนื่องจากนู๋ไม่มีบุคลิกที่ชอบการซักไซร้ไล่เรียง
ซึ่งบรรณารักษ์ฝ่ายนี้ต้องทำ เพื่อให้ได้จุดประสงค์ที่แท้จริงของสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ
เพราะมีผู้ใช้บางคนไม่รู้ว่า จริงๆตัวเองต้องการอะไร
................
3. บรรณารักษ์ฝ่ายบริการอื่นๆในจุดต่างๆ
ไม่ใช่งานยืม-คืน หรือตอบคำถามโดยตรง
แต่เป็นบรรณารักษ์ที่ประจำจุดนั้นๆซึ่งอาจจะต้องทำหน้าที่ยืม-คืน
และตอบคำถามเฉพาะจุดนั้นๆ และอาจจะมีบทบาทอื่นๆ อีก
ซึ่งแต่ละฝ่ายจะไม่เหมือนกันเช่น
บรรณารักษ์ประจำฝ่ายหนังสืออ้างอิง (แต่ละที่อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้
และถ้ามีอาจจะไม่ได้ชื่อนี้ก็ได้)
ก็ดูแลหนังสืออ้างอิง คอยให้คำปรึกษาทั้งการใช้และรักษาให้ตัวหนังสืออยู่ดีมีสุข
บรรณารักษ์ฝ่ายวารสาร
ก็ดูแลวารสารให้บริการวารสารนั้นล่ะค่ะ แต่ฝ่ายนี้แต่ละที่อาจจะต่างกัน คือ
มีระบบชั้นเปิด ชั้นปิด อย่างเช่น จุฬาฯ ฝ่ายนี้จะเป็นระบบชั้นปิด
ผู้ใช้จะเอาอะไรต้องบอกบรรณารักษ์
บรรณารักษ์ก็จะไปหาไปหยิบมาให้พร้อมทั้งเก็บข้อมูล
บรรณารักษ์ฝ่ายโสตฯ
ก็มีหน้าที่ให้บริการสื่อโสตทัศนวัศดุ ให้ยืม เปิดเครื่อง ปิดเครื่อง เช็คเวลา
และดูแลรักษา
เฉพาะงาน ณ ตรงนี้บางที่ทำกันทั้งวันเลยล่ะ
.................
4. บรรณารักษ์สืบค้น???
จริงๆแล้วก็คือ บรรณารักษ์ตอบคำถามนั้นล่ะ
เพียงแต่บางที่บางแห่งจับเอาบรรณารักษ์ตอบคำถามส่วนหนึ่ง
ไปนั่งจุ้มปุ้กที่ฝ่ายบริการฐานข้อมูล เพื่อช่วยผู้ใช้หาข้อมูล
(นินทา)
บรรณารักษ์ฝ่ายนี้เท่าที่พบเจอมานู๋ว่าไม่ใช่คน
น่าจะเป็นพวก AI ที่รัฐบาลผลิตออกมาใช้งานมากกว่า
ว่ากันจริงๆบรรณารักษ์ฝ่ายนี้มีความสามารถค้นหาข้อมูล
ได้แบบที่..
อ....อึ้ง
การใช้ตรรกบูลีนข้นหาข้อมูลได้แบบเทพมาจุติ จากข้อมูลเป็นหมื่น
เป็นแสนสามารถค้นหาเจอได้อย่างแม่นยำ
ในระยะเวลาสั้น ด้วยการคีย์คำค้นประมาณว่าเป็นตรรกบูลีนขั้นสูง
(ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก)
ตัวอย่าง
(ผู้แต่ง)+(หัวเรื่อง)+(หัวเรื่อง)+(หัวเรื่อง)+(คีย์เวิร์ด1)-(คีย์เวิร์ด2)/(คีย์เวิร์ด3)+(ปี)
อะไรประมาณนี้
(จบการนินทา)
.....................
บรรณารักษ์งานเทคนิค
เป็นบรรณารักษ์ที่มักจะทำงานอยู่เบื้องหลังราวกับรัฐบาลเงาก็ไม่ปาน
มักจะไม่ชอบเสนอหน้าออกไปข้างนอก เพราะไม่ถนัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
งานที่พวกเขาเหล่านี้ทำ ก็ไม่ใช่ธรรมดานะ ก็จะมีตั้งแต่
1. งานจัดซื้อ หน้าที่คือคอยหาสารพัดทรัพยากรสารสนเทศเข้าสู่ห้องสมุด
ตั้งแต่ติดต่อสั่งซื้อ จัดหา จัดทำ ขอรับบริจาค เพื่อให้ได้ของนั้นๆมา
และคอยประสานงานในกรณีที่ต้องมีการทำสัญญา ต่อสัญญา
และบ่อยครั้งที่งานนี้เมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องทำหน้าที่ลงทะเบียนสิ่งที่ซื้อมาด้วย
2. งานจัดหมวดหมู่ ให้หัวเรื่อง
เป็น 1 ในงานที่หลายๆคนอยากจะร้องยี้ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้
จัดหมวดหมู่ก็คือ มานั่งให้เลขเรียก แก่หนังสือแต่ละเรื่อง
ตรงนี้ขออธิบายยาวนิด เพราะคาดว่าหลายๆคนไม่เข้าใจ
ไอ้เลขหมู่ที่ว่านี้ เป็นการแบ่งหนังสือออกตามเนื้อหาสาระ
โดยใช้สัญลักษณ์มาแทนเนื้อหาหนังสือ
ซึ่งไอ้เจ้าสัญลักษณ์ที่ว่านี้จะครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดภายในเล่ม
แต่ดึงเฉพาะส่วนที่เป็นหลักเท่านั้น
โดยเลขหมู่ที่ว่านี้ ใช้ๆกันอยู่ก็มีหลายแบบ ตามแต่ห้องสมุดพิจารณาความเหมาะสม
แต่หลักๆที่ใช้กันในไทยก็จะมี
1. ระบบ Dewey ให้นึกถึงเลขหมู่ที่มันมีแต่ตัวเลข ไล่ตั้งแต่ 100 - 000
(ในห้องสมุดจะจัด 000 - 900)
2. ระบบ LC ระบบนี้จะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมเลข ปกติก็คือ A - Z
ยกเว้น I O W X Yและแต่ละตัวอักษรจะแบ่งย่อยๆได้อีกเช่น A ก็จะมี Aa - Az
(จริงๆมันไม่ครบทั้งหมดหรอก)
3. ระบบ NLM ระบบนี้จะคล้าย LC แต่มีเนื้อหาไปทางสาขาแพทย์
จึงเป็นระบบที่นิยมใช้ในโรงพยาบาล หรือ มหาวิทยาลัยที่ผลิตพวกหมอ พยาบาล
เป็นหลัก
..........
ซึ่งทั้ง 3 ระบบก็จะมีลักษณะการใช้งาน ความละเอียด และความยากง่ายต่างกันไป
ซึ่งการให้เลขหมู่นั้นส่วนใหญ่จำเป็นต้องให้ละเอียดมากพอที่จะบอกให้ผู้ใช้รู้ว่า
"ตกลงไอ้หนังสือเล่มนี้มันเรื่องอะไรกันแน่"
เปรียบกับเว็บบอร์ด ก็เช่น
บอร์ดเกม
มีแบ่งย่อยเป็น
ประเภทเกมต่างๆ
ประเภทเกมต่างๆก็แบ่งย่อยไปเป็นซีรี่ส์
แต่ละซีรี่ส์ก็แบ่งไปเป็นภาค
แต่ละภาคก็แบ่งไปในส่วนหัวข้อต่างๆ
ซึ่งไอ้การคิดเลขเหล่านี้ออกมา บรรณารักษ์ก็ต้องมานั่งอ่านหนังสือเพื่อตีความให้
ออกว่าตกลงมันเป็นเรื่องอะไร
บางครั้งความคลุมเครือของเนื้อหาก็ทำให้บรรณารักษ์ปวดหัวได้เหมือนกัน
ทำให้การจัดหมวดหมู่บางครั้งใน 1 วันบรรณารักษ์ทำได้เพียงไม่กี่ชื่อเรื่อง
ยกเว้นบรรณารักษ์จะใช้วิธี Copy ของห้องสมุดอื่นมาใช้
มันง่ายนะคะ แต่ก็มีโอกาสผิด และอาจจะไม่เหมาะสมกับห้องสมุดตัวเอง
วิธีนี้จึงนิยมใช้เป็นแนวทางเฉยๆ
อีกงานก็คืองานให้หัวเรื่อง เพื่อให้ผู้ใช้ ใช้เป็นคำค้น
หัวเรื่อง (Subject) เป็นคำที่ครอบคลุมเนื้อหาทรัพยากรนั้นๆ
เป็นตัวบอกถึงเนื้อหาที่เราจะได้รับ
ต่างจากคีย์เวิร์ดนะคะ
คีย์เวิร์ดเป็นคำธรรมชาติ มีอะไรก็ใช้แบบนั้น แต่หัวเรื่องเป็นคำเฉพาะ
หรือบางกรณีเป็นคำทางการ
ซึ่ง 1 คำครอบคลุมเนื้อหาหนังสือทั้งเล่มจริงๆ
แต่คำ 1 คำไม่ใช่คำที่ตรงเนื้อหาทั้งหมดในเล่ม
เช่น เราค้นหาเรื่อง การเลี้ยงแมว พวกเราก็มักจะพิมพ์ การเลี้ยงแมว
ซึ่งถ้าค่าที่เซ็ทในระบบว่าให้ค้นจากหัวเรื่อง
คำๆนี้จะไม่มี คำที่จะมีก็ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม(กว้างไป) สัตว์บก(โคตรกว้างเลย)
สัตว์เลี้ยง(ก็ยังกว้างไปอยู่ดี) แมว(นี่ก็กว้าง แต่ก็โอเค)
แมว--การเลี้ยง(ตรงสุดๆละ แต่คนธรรมดาใครจะนึก)
ทั้งหมดเป็นหัวเรื่องนะคะ จะเห็นว่ามันแยะ แต่เพื่อให้ผู้ใช้ที่อาจจะคิดคำต่างๆ
สามารถหาเจอได้ง่าย
บรรณารักษ์เลยต้องสรรหามาสารพัด
3. งานซ่อม เป็นงานที่เอาของที่ชำรุดมาซ่อมให้กลับมามีสภาพใช้งานได้นั้นล่ะค่ะ
ซึ่งแต่ละที่ก็มีกลเม็ดต่างกันไป เพราะแต่ละหน่วยงานเก็บของไม่เหมือนกัน
เลยต้องมีวิธีอนุรักษ์ต่างกันไป
พวกเขาเหล่านี้นั่งซ่อมกันทั้งวันล่ะค่ะ (ก็ผู้ใช้ขยันทำพังนี่นา)
--------------------
งานทั้งหลายทั้งปวงนี้ ถ้าเป็นห้องสมุดใหญ่ๆ ก็จะมีการแบ่งฝ่ายแบ่งงานชัดเจน
แต่ถ้าเป็นห้องสมุดเล็กๆ ก็คงแบ่งยาก บางครั้งบรรณารักษ์คนเดียวต้องทำหมดเลยก็มี
---------------------
ปล. ตอบคุณยายแม่บ้านค่ะ ขรึมทุกคนไม๊ จริงๆไม่นะคะ
บางคนตลกบริโภคเข้าว่าด้วยซ้ำไป
แต่ที่ขรึมเพราะเดิมมันเป็นงานในหน่วยงานราชการ จะปทำเล่นๆ
เหมือนเพื่อนสนิทเลยไม่กล้าแต่เดี๋ยวนี้เค้าเปลี่ยนกันไปมากล่ะค่ะ
edit @ 27 Feb 2008 20:57:36 by Eris
